top of page
Search

1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กเล็ก เด็กสามารถใช้เลโก้ เพื่อให้ร่างกาย เกิดพัฒนาการด้านนิ้วมือ ในการหยิบจับสิ่งของ เลโก้มีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก คือ DUPLO แต่ราคาค่อนข้างสูง และชิ้นมีน้อย เพราะเลโก้ออกแบบด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัย มีการใช้พลาสติกอย่างดี และสีที่ปลอดภัย นอกจากนี้ DUPLO ที่มีชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กกลืนชิ้นส่วนเข้าไปโดยอุบัติเหตุ แต่ด้วยความที่ DUPLO ชิ้นใหญ่ ผู้ปกครองก็อาจจะวิตกอีกว่า จะเล่นไม่ได้นาน สำหรับ DUPLO นั้น ถูกออกแบบให้ต่อเข้ากับเลโก้ System


2. พัฒนาการด้านการมีสมาธิและให้มีอารมณ์เยือกเย็นขึ้น การต่อเลโก้จะต้องต่อตามแบบ จะข้ามขั้นตอนไม่ได้ การต่อข้ามขั้นอาจทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ดังนั้นเด็กจะต้องต่อตามแบบที่ละหน้าไปเรื่อยจนกว่าจะจบกระบวนการ ถ้าเด็กเริ่มต้นอย่าให้ต่อชุดใหญ่ๆ ควรเริ่มต่อจากชุดเล็กๆ ไปก่อน เพื่อจะได้ให้เริ่มฝึกสมาธิและเพิ่มขึ้นทีละน้อย การให้เด็กเริ่มต่อชุดใหญ่ในครั้งแรกๆ อาจทำให้เด็กหมดกำลังใจได้อย่างรวดเร็ว และรู้จักให้เกิดความใจเย็น ละเอียดถี่ถ้วนไปในตัว


3. พัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ หลังจากเด็กต่อตามแบบได้ระยะหนึ่ง เด็กอาจอยากต่อแบบอื่นที่เลโก้ไม่มีก็สามารถนำเอาเลโก้มาแกะออกแล้วต่อกลับเข้าไปใหม่ได้ (ซึ่งถ้าเป็นของเล่นประเภทอื่นๆ อาจจะทำในลักษณะดังกล่าวได้ลำบาก) เมื่อเด็กต่อออกมาเป็นอะไร ผู้ปกครองต้องคอยสอบถามว่าต่อเป็นอะไร การชมเชยในผลงานของเด็กจะทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่น และทำผลงานอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การช่วยเสนอแนะไอเดีย ยังอาจช่วยให้เด็กมองเห็นความคิดผู้อื่น และยอมรับในความคิดเห็นของผู้อื่นอีกด้วย แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้ผู้ปกครองจะต้องใส่ใจให้ความสนใจในการเล่นเลโก้ (และของเล่นอื่นๆ) ไม่ใช่พอซื้อให้แล้วก็ให้เด็กเล่นอยู่เพียงลำพัง




4. พัฒนาการในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รู้จักการดัดแปลง เลโก้ไม่ได้ผลิตชิ้นส่วนออกมาเพื่อรองรับการต่อชิ้นงานในทุกรูปแบบ ดังนั้นบางครังเด็กจะต้องต่อแล้วรู้จักใช้ชิ้นส่วนที่มีอยู่ และดัดแปลงเพื่อให้ได้ใช้งานที่ต้องการ


5. พัฒนาด้านเครื่องยนต์กลไก ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนด้านวิศวกรรม เลโก้ในชุดของ Technic (จะเหมาะกับเด็กโตขึ้นมานิดหนึ่ง และมีประสบการณ์ในการต่อเลโก้มาพอสมควร) จะมีกลไกเพื่อให้เลโก้สามารถขยับชิ้นส่วนไปมาได้ เช่น ถ้าต้องการให้ปลาสามารถขยับปากหรือหาง ก็อาจจะนำชิ้นส่วนของ Technic เข้ามาประยุกต์ ก็ทำให้เด็กเรียนรู้กลไกด้านวิศวกรรมเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี


6. พัฒนาการด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในเลโก้ชุด Mindstorm จะเหมาะกับเด็กที่สนใจด้านการการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะเลโก้ชุด Mindstorm เป็นการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อจะสั่งชิ้นส่วนเลโก้ ซึ่งเด็กอาจจะต่อเป็นหุ่นยนต์ หรือไดโนเสาร์ให้ทำงานตามคำสั่งของเด็กได้ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ไม่ยาก เพราะเลโก้ต้องการเน้นเรื่องของตรรกะ ความคิดมากกว่าเรื่องของ Syntax ของภาษา การเขียนโปรแกรมที่แตกต่างกัน จะทำให้เด็กเห็นผลลัพธ์ที่แสดงออกมาผ่านหุ่นยนต์ที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน ไม่เหมือนกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป

 
 
 




1. แบ่งแยกชิ้นส่วนให้ชัดเจน

หากคุณยังต่อเลโก้ไม่เสร็จหรือต้องการที่จะต่อใหม่ ให้คุณเก็บเลโก้โดยการแบ่งแยกชิ้นส่วนให้ชัดเจนเหมือนกับที่แพ็คเกจแยกมาในครั้งแรก เพราะหากเราแยกสีหรือชิ้นส่วนที่เหมือนกันไว้ด้วยกัน มันจะทำไม่มั่วและง่ายในการต่อชิ้นส่วนครั้งต่อไปครับ


2. ล้างมือทุกครั้งก่อนการต่อเลโก้

สาเหตุที่ผมแนะนำให้ล้างมือก่อนต่อเลโก้ เนื่องจากว่ามือของเรานั้นหยิบจับอาหารหรือสิ่งของต่าง ๆ มาเยอะมาก ดังนั้นคราบสกปรกบนมืออาจทำให้เลโก้ของเราเกิดรอยสกปรกหรือลอยนิ้วมือได้ ซึ่งทำให้เลโก้ของเราดูเก่า ดังนั้นการล้างมือจึงสำคัญและควรทำทุกครั้งก่อนที่จะต่อเลโก้ครับ


3. ห้ามโยนหรือขูดขีด

เลโก้เป็นพลาสติกครับ ดังนั้นหากคุณโยนหรือทำให้เกิดการเสียดสีจนเป็นรอยขูดขีด รวมไปถึงส่วนแหว่งบนเลโก้ ซึ่งมันอาจทำให้ไม่สามารถต่อชิ้นส่วนเข้าด้วยกันได้ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการทำให้เลโก้เกิดการเสียหายครับ


4. หาสถานที่เก็บที่เหมาะสม

ถ้าให้แนะนำการเก็บที่ดีที่สุด ผมแนะนำให้เก็บไว้ภายในกล่องเลโก้ที่เราได้มาในครั้งแรกครับ แต่ถ้าเผลอทิ้งแพ็คเกจไปแล้ว ก็สามารถไปหากระเป๋าซองซิปล็อกแล้วแยกสีและชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ชัดเจน


5. ไม่ควรนำเลโก้ออกนอกบ้าน

สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมนอกบ้านอาจทำให้เลโก้เกิดรอบสกปรกหรือเกิดความเสียหายได้ครับ ฉะนั้นทางที่ดีคุณควรที่จะเก็บเลโก้ไว้ภายในบ้านจะดีที่สุด



 
 
 

1. อายุของผู้เล่น

อายุของผู้เล่นถือเป็นอย่างแรกที่จะควรจะพิจารณาครับ โดยหากคุณต้องการซื้อให้ตัวเองหรือซื้อให้ผู้ใหญ่ คุณก็อาจจะต้องซื้อเลโก้ซึ่งมีการต่อที่ซับซ้อนสักเล็กน้อยเพื่อให้การต่อนั้นมีความท้าทายและสนุกขึ้น แต่ถ้าคุณต้องการซื้อให้ลูกหรือซื้อให้เด็ก คุณก็จะต้องอ่านรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้ดี ๆ เพราะเลโก้จะเขียนอยู่บนทุกแพ็คเกจว่าเลโก้แต่ละตัว เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุเท่าไหร่


2. เลโก้แบบชุด เเละ เลโก้แบบชิ้นส่วนแยก

เลโก้ส่วนใหญ่จะออกแบบมาเป็นชุด ซึ่งจะเป็นเลโก้ประเภทที่วางรูปร่างหรือรูปทรงไว้แล้ว แต่ในขณะเดียวกันหากใครต้องการต่อเลโก้จากจินตนาการของตัวเองหรือเป็นการต่อที่ไร้ขีดจำกัด ผมจะแนะนำให้ซื้อเลโก้แบบชิ้นส่วนแยก


3. ขนาดของเลโก้

ขนาดของเลโก้จะมีผลต่อระยะเวลาในการต่อครับ ฉะนั้นหากต้องการซื้อให้คนที่เพิ่งเริ่มเล่นหรือซื้อให้เด็ก ๆ คุณอาจจะต้องเลือกแพ็คเกจที่มีขนาดเล็ก เพื่อที่จะเป็นการฝึกความคุ้นชินในการต่อก่อน เมื่อคุ้นชินหรือชอบต่อเลโก้ก็จึงค่อยซื้อเลโก้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาในครั้งถัดไป


4. งบในการซื้อ

การซื้อเลโก้เราควรที่จะซื้อในราคาที่ไม่เกินตัวครับ เนื่องจากเลโก้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาค่อนข้างแพง ทั้งนี้เราควรเลือกซื้อแพ็คเกจที่มีความคุ้มค่าในการจ่าย อย่างเช่น หากคุณซื้อ LEGO® Chinese New Year Temple Fair ซึ่งราคาอยู่ที่ 4,210 บาท มีจำนวนตัวต่อทั้งหมด 1,664 ตัว เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้วราคาชิ้นส่วน lego จะตกอยู่ที่ตัวละ 2.5 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อที่คุ้มค่าครับ เพราะหากซื้อ lego แบบชิ้นส่วนแยกจะตกอยู่ที่ตัวละ 4-5 บาท






 
 
 
bottom of page